เมื่อรัก..กลับมา "ร้าง"


Don't Cry

เมื่อรัก..กลับมา "ร้าง"

ยู่ดีๆ เขาก็มาจากคุณไปโดยไม่มีการบอกลา ปล่อยให้ต้นรักที่อุตส่าห์ทะนุถนอมให้แบ่งบาน เหี่ยวแห้งทั้งต้น เมื่อไม่ได้เตรียมใจไว้สำหรับความเสียใจ คุณจึงผิดหวังอย่างใหญ่หลวง ถ้าไม่อยากพบกับเหตุการณ์แบบนี้ จงใช้การสังเกตของคุณให้เป็นประโยชน์ เพื่อที่คุณจะได้ รู้ล่วงหน้าว่า รักที่เคยหวานนั้น จะกลายเป็นความขื่นขมไปในไม่ช้า หรือไม่..

พฤติกรรมเหล่านี้แหละจะเป็นตัวบ่งบอก

1. ไร้น้ำใจสิ้นด : เป็นสภาพที่น่าเบื่อหน่ายที่สุด ถ้าจะต้องข้องแวะกับคนที่ไร้น้ำใจ ถ้าอยู่ๆ แฟนคุณ เกิดเป็นอย่างนั้นขื้นมาบ้างล่ะ จะทำยังไง เวลาเดินข้ามถนนที่เคยเกาะกุมมือคุณไว้อย่างมั่นคง เอาร่างสูงใหญ่บังคุณไว้จากสิบล้อคันเบ้อเริ่มที่วิ่งมา แต่แล้วกลับเปลี่ยนให้คุณบังแทน อยู่บนรถเมล์ก็แย่งที่นั่ง แล้วปล่อยให้คุณยืนห่อเหี่ยวเอนไปมาบนรถคนเดียว ข้าวของในมือก็ไม่ช่วยหิ้วให้เหมือนเคย ไปไหนด้วยกันก็ไม่เคยใส่ใจ เหมือนว่าไม่มีคุณอีกแล้วในโลกนี้ ..

2. ทำอะไรไม่เหมาะสมกับความเป็นผู้ใหญ่ : ชอบลืมว่าตัวเองอายุปาเข้าไปเท่าไหร่ เวลานั่งคุยกัน ก็เอาเกมส์กดมาเล่น หรือไม่ก็เพลิดเพลินอยู่กับการอ่านการ์ตูน จนลืมนึกว่ามีคุณอยู่ข้างๆ เรียกว่า ให้ความสนใจกับสิ่งอื่น มากกว่าคุณอย่างงั้นเถอะ !

3. รสนิยมชักขัดแย้งกัน : แรกๆ เขาก็ดูจะไปกันได้กับคุณหรอก แต่ไปๆ มาๆ ชักคนละเรื่องกัน คุณชอบดูคอนเสิร์ตร็อค แต่เขากลับชวนคุณไปดูวงไหมไทยซะนี่ มีอะไรมากมายในตัวคุณที่ขัดแย้งกับเขา ซึ่งบางครั้งคุณก็รับไม่ได้เหมือนกัน อย่างเช่น เขาชอบทำตัวสกปรกทั้งๆ ที่หน้าตาออกสะอาดสะอ้าน คุณแต่งตัวออกดี๊ดี แต่เขาทำตัวเหมือนศิษย์พรรคกระยาจก ไม่เห็นเหมือนตอนแรกๆ ที่คบกันเลย ที่พ่อเจ้าประคุณหล่อมาทุกวัน

4. อืดอาดยืดยาด : ความรักที่จืดจางแล้วของเขา คุณจะสัมผัสได้ถึงความอืดเอื่อยเฉื่อยจากที่เคย นัดกันแล้วเขามารอก่อนเวลา ก็กลายเป็นว่า ต้องมารอเขาแทน จากที่เคยมาบ้านแทบทุกวัน ก็กลายเป็นเสาร์-อาทิตย์ถึงจะมา บางทีก็กลายเป็นอาทิตย์ละครั้งไปเลย คุณบอกให้เขาช่วยทำรายงานเขาก็เฉย ให้ทำนั่นทำนี่ให้ ก็เหมือนกับซังกะตาย เฮ้อ...

5. ความรับผิดชอบชักหายาก : เขานัดคุณว่าจะพาไปงานเลี้ยงรุ่น แต่พอถึงเวลาจริงๆ กลับเบี้ยวเสียเฉยๆ บอกว่าจะพาไปเที่ยวพัทยา
ไปๆ มาๆ ก็เฉย ละเลยกันแบบซึ่งๆ หน้า แหวนที่คุณอุตสาห์ให้เป็นของขวัญวันเกิด เขาก็ทำหาย เรียกว่าความรับผิดชอบต่อหน้าที่แฟน
ของคุณที่เขามีให้ ชักน้อยลงทุกที

ยังไงก็อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้นะจ้ะ ทุกอย่างมีทางป้องกัน อิ๊ อิ๊..
ไหนๆ ก็จับมือคบกันมาแล้ว ก็ต้องประคับประคองให้รักนั้นยืนยาวสิ จริงมั้ย?
เอาใจเค้ามาใส่ใจเรา ทุกอย่างก็ราบรื่นขึ้นนะจ้ะ บางทีสิ่งที่เราเห็นอาจจะสรุป
ไม่ได้เสมอไปนะ ต้องมีเหตุผลและพยายามปรับความเข้าใจ ฟอร์มน่ะทิ้งไป...

สินสอด

สินสอด

ในแง่มุมของนักกฎหมายที่คำนึงถึงความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย จะไม่เห็นด้วยกับกฎหมายว่าด้วยการเรียกสินสอดในการสมรส เพราะสินสอดบัญญัติให้เป็นการมอบตอบแทนให้แก่ฝ่ายหญิงฝ่ายเดียว ในขณะที่พ่อแม่ของฝ่ายชายมองว่าลูกชายก็มีค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูไม่แตกต่างไปจากลูกหญิง แต่ทำไมกฎหมายสินสอดจึงกำหนดให้ฝ่ายชายมอบให้แก่ฝ่ายหญิงอย่างเดียว จึงเป็นกฎหมายที่มีการเลือกปฏิบัติในเรื่องเพศ ซึ่งในเรื่อง การหมั้น กฎหมายไม่ได้วิเคราะห์ความหมายของการหมั้นไว้ชัดเจนเหมือนกับสินสอด

ดังนั้นบทบัญญัติของกฎหมาย ที่ว่าด้วยสินสอดจึงควรมีการยกเลิกเพื่อให้ไม่มีการยกย่องเพศใดเพศหนึ่งโดยไม่ให้ความเป็นธรรมกับอีกเพศหนึ่ง ซึ่งมีหญิงชายเป็นจำนวนมากที่รักกันและไม่ได้แต่งงานกันเพราะไม่สามารถจัดหาเงินสินสอดมาแต่งงานให้สมหน้าสมตาฝ่ายหญิงได้ ซึ่งในบางประเทศเช่นอินเดีย ซึ่งแม้กฎหมายจะบัญญัติตรงข้ามกับประเทศไทยคือกำหนดให้ฝ่ายหญิงต้องจ่ายสินสอดให้ฝ่ายชายแต่ได้ทำให้หญิงที่ประสงค์จะแต่งงานกับชายคนรักต้องฆ่าตัวตายสังเวยการที่ไม่อาจหาสินสอดมาแต่งงานได้

ผู้เขียนเห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่ากฎหมายว่าด้วยสินสอด เป็นกฎหมายหนึ่งที่มีส่วนในการสนับสนุนให้มีการเลือกปฏิบัติในเรื่องเพศ เป็นกฎหมายที่ไม่ได้ส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างหญิงและชาย ทำให้เป็นอุปสรรคอย่าง หนึ่ง ที่ทำให้ชายหญิงซึ่งรักกันและอยากจะแต่งงานกัน ตามประเพณีและกฎหมาย ได้รับผลกระทบจากการที่พ่อแม่ฝ่ายหญิงเรียกค่าเลี้ยงดูเป็นค่าสินสอดได้ฝ่ายเดียว เราควร จะรณรงค์ให้มีการยกเลิกกฎหมายที่มีส่วนสนับสนุนให้มีการเลือกปฏิบัติในเรื่องเพศไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย และกฎหมายว่าด้วยเรื่องสินสอดเป็นตัวอย่างหนึ่งของกฎหมายที่เลือกปฏิบัติในเรื่องของเพศชาย

ส่วนที่เมื่อมีการยกเลิกแล้วจะมีการเรียกร้องทรัพย์สินเพื่อตอบแทนแต่งงานกันอย่างไรก็ควรเป็นเรื่องการให้ตอบแทนโดยเสน่หาระหว่างกันแล้วแต่ฝ่ายใดจะตกลงกัน แต่ต้องไม่ใช่เป็นการบัญญัติชัดเจนไว้ในกฎหมายที่มุ่งให้แก่เพศใดเพศหนึ่งเพียงเพศเดียว

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนคงจะตอบปัญหาในเรื่อง สินสอดตามกฎหมายที่ยังคงใช้อยู่ในปัจจุบันกล่าวคือ การสมรสในความหมายของกฎหมายนั้นหมายถึง การจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายไม่ใช่เพียงแต่การทำพิธีแต่งงานกันตามประเพณีเท่านั้น

ดังนั้นการจดทะเบียนสมรสแล้ว แม้จะไม่มีพิธีแต่งงาน ก็ถือว่าเป็นการสมรสตามกฎหมายแล้ว และการทำพิธีแต่งงานตามประเพณีแต่ไม่มีการจดทะเบียนสมรส ก็ไม่ถือว่าเป็นการสมรสตามกฎหมาย

สินสอดที่ฝ่ายชายมอบให้แก่บิดามารดา ผู้รับบุตรบุญธรรม หรือผู้ปกครองของหญิงนั้น เป็นการให้เพื่อเป็นของขวัญตอบแทนการที่หญิงยอมสมรสและกรรมสิทธิ์ตกเป็นของฝ่ายหญิงไปแล้ว ฝ่ายชายมีสิทธิจะเรียกสินสอดคืนได้ 2 กรณี คือ

1. ถ้าไม่มีการสมรสโดยมีเหตุสำคัญอันเกิดแก่หญิง ซึ่งจะต้องเป็นเหตุที่จะกระทบกระเทือนถึงการสมรสที่จะมีต่อไประหว่างชายหญิงอันจะก่อความไม่สงบสุขในชีวิตสมรสที่จะมีต่อไปในภายหน้า เช่น หญิงไปมีเพศสัมพันธ์กับชายอื่น หญิงได้รับโรคติดต่ออย่างร้ายแรง หรือหญิงเป็นโรคเอดส์ หญิงต้องคำพิพากษาให้ติดคุก กรณีตัวอย่างดังกล่าวจะเห็นได้ว่าทำให้ชายไม่อาจสมรสกับหญิงผู้นั้นได้ ฝ่ายชายจึงมีสิทธิเรียกสินสอดคืนได้

2. ถ้าไม่มีการสมรสโดยมีพฤติการณ์ซึ่งฝ่ายหญิง จะต้องรับผิดชอบ จะเห็นได้ว่ากรณีนี้ใช้คำว่าฝ่ายหญิง ซึ่งจะรวมทั้ง บิดา มารดา ผู้รับบุตรบุญธรรม ผู้ปกครอง หรือบุคคลผู้กระทำการในฐานะเช่นบิดามารดาของหญิงด้วย เช่น การที่บิดา มารดา ไม่ให้ความยินยอมให้หญิงผู้เยาว์ทำการสมรส จึงถือว่าเป็นความผิดของฝ่ายหญิงที่ชายมีสิทธิจะเรียกสินสอดคืนได้.

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร







มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ "อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม" อำเภอบ้านแพ จังหวัดราชบุรี มาเมื่อหลายวันก่อน ที่นี่มีสิ่งที่น่าสนใจหลาย ๆ อย่าง แต่วันนี้ 'เก็บตกริมทาง' ขอเก็บเรื่องราวภายใน "อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม" เกี่ยวกับ "พระโพธิสัตว์" ซึ่งสนใจมาก มาฝากกัน...

"พระโพธิสัตว์" คือ อริยบุคคลที่ได้บรรลุอรหันต์ ทรงได้ตรัสรู้แล้ว แต่ยังไม่ยินดีด้วยการเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ทรงมีปณิธานว่าจะอยู่คอยช่วยเหล่าสรรพสัตว์ในโลกมนุษย์ก่อนจนถึงคนสุดท้าย ตามความเชื่อของศาสนาพุทธนิกายมหายาน ลัทธิตรันตระ เกิดขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 9-10

สำหรับองค์ที่จำลองขึ้นมาเป็นพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หรือ กวนซิอิมผ่อสัก เป็นศิลปะแบบกลางปลายสมัยราชวงศ์ซ้องของจีน เป็นพระโพธิสัตว์กวนอิมท่านั่งมหาราชลีลา ลักษณะเป็นบุรุษเพศ ตามประวัติเดิม พระโพธิสัตว์ล้วนมีรูปปั้นเป็นบุรุษเพศ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย และทรงเครื่องแต่งกายสง่างามอย่างกษัตริย์ เมื่อมีการอันเชิญพระไตรปิฏกจากอินเดียมาสู่จีน ทำให้พระโพธิสัตว์ของจีนสมัยแรก ๆ ก็มีภาพวาดและรูปปั้นเป็นลักษณะบุรุษ เช่นเดียวกับอินเดีย

ต่อมาในสมัยราชวงศ์หงวน พุทธศาสนิกชนชาวจีน ได้สถาปนาพระนางเมี่ยวซ่านพระธิดาของกษัตริย์เมี่ยวจวงให้เป็น พระกวนอิมด้านคุณธรรมและความดีงามต่าง ๆ ที่พระนางปฏิบัติ จนเกิดความสงบสุขแก่สังคม เทิดทูนพระนางเมี่ยวซ่านเป็นพระโพธิสัตว์กวนอิม และเป็นสตรีเพศ อันมีเมตตา สมบูรณ์ด้วยคุณสมบัติพระโพธิสัตว์แต่นั่นมา เมื่อชาวจีนมาอยู่ในไทยรูปลักษณ์จึงเป็นสตรีเพศตามอย่างมาจากประเทศจีน

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร เปรียบดุจดังภูเขาที่รองรับแผ่นดิน ทรงเหนือกว่าดวงอาทิตย์ อันเป็นตะเกียงที่ให้แสงสว่างแก่โลก ถือโลกไว้ในพระหัตถ์ ทรงสามารถบันดาลสรรพสิ่งให้แก่โลกได้ พระองค์ทรงเปล่งรัศมี และพระองค์ทรงหายไปได้ประดุจลูกไฟในอวกาศ

ถ้าใครสนใจและอยากเห็นของจริง ก็ลองไปชมกันไดัที่ "อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม" นะคะ...


Pigcolorpink
natenapau@dailynews.co.th